...[Egot]Laverdre SnowSub-Event:05 Tales of Yore ::

posted on 21 May 2014 11:53 by kaze013
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 

Sub-Event: 05

Tales of Yore


**********************************
 

...ราตรีเย็นเยียบ หิมะโปรยปราย...


และหมอนของเขาก็ปลิวว่อนออกนอกหน้าต่างไปแล้วเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้ร่วมทาง...เสียงเคาะประตูดังขึ้น พนันได้เลยว่าเจ้าของเสียงเคาะเป็นใคร...ลาเวนจึงแกล้งทำเป็นหลับอยู่บนเตียงของเอดาและเรียกให้ลูน่า สุนัขป่าโลกันต์สีขาวของเขามานอนเอกเขนกบนเตียงที่ควรจะเป็นของเขาเอง ส่วนหนึ่งก็เพื่อกดดันให้อีกฝ่ายออกไปรับหน้าศึกแทน...


...แต่ไหนแต่ไรมาลาเวนเกลียดเรื่องวิวาทและความขัดแย้ง...ทุกครั้งที่มีปัญหาเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงหรือหาทางออกที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องลงมือให้เจ็บตัว...


เขามักรู้สึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่าตัวเองนั้นเกิดมาผิดที่ผิดทางเสียเหลือเกิน...แต่กระนั้นช่วงเวลาหนึ่งเขาก็ยังแบกรับหน้าที่ๆไม่จำเป็นไว้บนบ่า...ทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด เพราะแต่ไหนแต่ไร...ก็ไม่มีใครคาดหวังในตัวเขา


...ฐานะลูกนอกสมรสของสตาร์ค...เด็กที่เกิดมาภายใต้นามของสโนว์...


นั่นคือฐานะของ...ลาเวนเดียร์ สโนว์...ถึงแม้บิดา มารดาบุญธรรมและบรรดาน้องๆของเขาจะไม่คิดอะไรแบบนั้น...แต่เสียงลือและคำสบประหม่าของผู้คนรอบกายก็ยังเข้ามากระทบหูเขาอยู่ดี...


...หมาป่าที่สูงส่งไม่ควรมีจุดด่างพร้อยของหิมะ...คือคำที่เขาได้ยินบ่อยๆ...


...น้อยเนื้อต่ำใจ หดหู่ รู้สึกดูแคลน ไม่ยอมรับ อิจฉา ริษยาและกล่าวโทษชะตากรรม?...

 

ไม่เลย...ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้าซีดไม่เคยคิดเช่นนั้น


เขาดีใจที่ได้เกิดมา...ดีใจที่ได้อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นแม้จะอาศัยอยู่ในแดนที่หนาวเย็นที่สุด...แต่สิ่งที่ขัดแย้งมาตลอดคือตัวเขาเอง...


...ไม่ชอบสงครามและความขัดแย้ง...


ในที่สุด...วันที่ข่าวคราวของสะเก็ดไฟเล็กๆที่ล่องลอยมาตามสายลมหนาวลอยเข้ามายังหูของลาเวน...ชายหนุ่มเกิดความลังเลขึ้นในใจ ความขัดแย้งและสับสน...และในใจลึกแล้วเขาก็ขี้ขลาดเกินจะปรึกษาใคร...และหลังจากนั่งคิดอยู่นาน...เขาก็เหลือบมองหนังสือเล่มเก่าที่วางอยู่ข้างเตียงเขามาเป็นเวลานาน...บันทึกของคนสำคัญของเขา...


ลูน่า...หมาป่าโลกันต์สีขาวส่งเสียงครือในลำคอก่อนเอาหัวที่มีแต่ขนฟูหนาของมันเข้าคลอเคลียนาย...
...มือที่สัมผัสลงบนขนนุ่มฟู...ลาเวนเผยยิ้ม ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้...ใครจะว่าเขาขี้ขลาดก็ได้...จะกล่าวหาว่าเขาหนีจากหน้าที่ก็ได้ แต่คนหัวดื้ออย่างเขาก็ไม่สนและจะทำในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจแล้วต่อไป...


...ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมในเวลาไม่นาน...และเขาก็หนีความวุ่นวายทุกอย่างออกมา...เพื่อไล่ตามความฝันของตัวเอง...


หลังจากเอดา...ออกไปรับหน้ากับเจ้าของที่พักเรื่องเสียงเอะอะซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่ได้ดังอะไรนักกับหมอนที่เหมือนจะปลิวไปที่พักของใครสักคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...เขาก็กลับมาอย่างหัวเสียและเลือกที่จะหาผ้ามาปู้พื้นนอน (เพราะสุดท้ายแล้วลาเวนก็ยังคงยึดเตียงของเอดาอยู่)...


แต่เสียงหายใจและท่าทีตอนเข้ามาทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงหงุดหงิดไม่น้อย...แต่ลาเวนกลับรู้สึกดี...เพราะการได้แหย่อีกฝ่ายทำให้เขาหายคิดถึงบ้านเกิดที่จากมาได้...


แต่แล้วไม่นานนักเอดาก็หายไปพร้อมกับม้วนหนังที่ลาเวนเพิ่งได้มาเมื่อตอนกลางวัน...เสียงลงบันไดทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะลงไปหาแสงไฟด้านล่างเพื่อแกะม้วนหนังอ่าน...และอีกสักพักถึงจะกลับขึ้นมา...


“มานี่สิลูน่า...” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกสัตว์เลี้ยงของเขาอย่างแผ่วเบาก่อนกอดซุกขนนุ่มของมันอย่างคุ้นเคย “ทั้งที่เมื่อกลางวันยังบอกไม่สนใจอยู่เลยแท้ๆ” ลาเวนอดยิ้มไม่ได้...ม้วนหนังที่บันทึกเรื่องราวที่แสนยาวไกล...เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และเหนือจินตนาการ


...มังกร...


ใช่...มังกร...และในตอนนี้...ราชันย์มังกรสามเศียรสิ้นฤทธิ์แล้ว บัลลังก์เหล็กกำลังไร้ซึ่งราชา ความวุ่นวายกำลังจะเกิด ดินแดนจะถูกนำพาและชักนำไปทางไหน...


...ไฟและโลหิต จะปกคลุมดินแดนต่อไป...


...ฤดูหนาว จะจะเข้าเยือนไปทั่วดินแดน...


...ดินแดนที่เมล็ดพันธุ์ที่ไม่เคยถูกหว่านจะออกเก็บเกี่ยวผล...


...เสียงคำรามของราชสีห์ จะดังกึกก้อง...


...เกียรติยศจะสูงส่ง ปกคลุมทั่วผืนฟ้า...


...ความเดือดดาล จะนำพาแผ่นดิน...


...กุหลาบงามจะงอกเงยปกคลุมไปทั่ว...


...หรือทั่วแผ่นดินจะกลายเป็นครอบครัวที่ดำรงไว้ซึ่งหน้าที่และเกียรติ...


...ชายหนุ่มตระหนักคิดถึงสิ่งที่จะตามมา และแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะหนีความวุ่นวายนี้พ้น...แม้แต่ประชาชนและขอทานก็จะถูกดึงไปข้องเกี่ยวไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม...


ในขณะที่สมองกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดที่ลงลึก...จู่ๆเสียงเอะอะจากชั้นล่างก็ดังขึ้น...แต่ลาเวนไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว...


เขาบอกปัดให้ลูน่ากลับไปนอนยังเตียงเขา เพราะคิดว่าเอดาอาจกลับขึ้นมาเพราะรำคาญเรื่องวิวาทที่เกิดขึ้น...ลาเวนเลื่อนตาปิดลงและพยายามข่มตาหลับ เขาคลุมผ้าและนอนหันหลังให้กับประตูทำให้มองไม่เห็นภาพอีกฝ่ายที่เข้ามา...แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้อย่างบางเบาเหมือนกับที่ลูน่าสัมผัสได้...


...กลิ่นของเลือด...


ลาเวนรู้ได้ทันทีว่าเสียงเอะอะเมื่อครู่ ผู้ติดตามเขาต้องมีส่วนเข้าไปเกี่ยวด้วยแน่ๆ...อาจโดนตรงหรือทางอ้อม...


...เกลียดจริงๆพวกไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง...ลาเวนคิด...


ลาเวนมักบอกอีกฝ่ายเสมอว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างเท่าเทียม...เพราะทันทีที่ออกจากวินเทอร์เฟลแล้ว...ตัวเขาก็เป็นเพียงแต่สโนว์คนหนึ่งเท่านั้น...ไม่ใช่สโนว์ที่เกิดภายใต้สตาร์ค แต่อีกฝ่ายกลับยึดติดกับสิ่งนั้นมากเหลือเกิน...และในที่สุดลาเวนเดียร์ สโนว์ก็ตัดสินใจอีกครั้ง...


“เอดา พรุ่งนี้เราจะขึ้นเหนือ...หลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะผ่านหมูบ้านหรือตัวเมืองใหญ่ๆ พวกเราจะออกไปนอกกำแพงกัน...ไม่ใช่เพื่อไปทิ้งชีวิต...ไม่ใช่เพื่อเป็นอัศวินรัตติกาล...แต่เราจะไปเพื่อเรียนรู้คุณค่าของคำว่าชีวิตกัน”


ลาเวนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วรึยัง...แต่เขาก็ยังคงพูดออกมาและตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นจริงๆ...


ราตรียังอีกยาวไกลและฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา


**************************************
 
เสร็จOTL...
 
ให้ตายสิปาดมันวันสุดท้ายประจำOTL
 

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 4,846 ตัว
รวมทั้งหมด 4846/7 = 692.29
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 692

#1 By EGoT on 2014-05-22 04:06