...[Egot] Sub-Event: 03 Devil Take the Hindmost...

posted on 20 Feb 2014 22:45 by kaze013
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 

Sub-Event: 03

Devil Take the Hindmost

 

      เหมันตฤดูเวียนบรรจบ หิมะขาวร่วงโรยจากผืนฟ้าทับถมหนา สายตาไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เต็มไปด้วยทิวทัศน์สีขาวพาดยาวสุดทาง ทุกย่างก้าวที่เดินไปทิ้งรอยเท้าจางๆ รอยเท้าที่ไม่นานก็ถูกทับถมด้วยหิมะขาวอีกครั้ง


      พืชพรรณธัญญาหารต่างๆ รวมไปถึงต้นไม้และใบหญ้าต่างหลับใหลอยู่ใต้ผืนดิน มิอาจสู้กับปิศาจสีขาวที่หนาวจับขั้วนี้ได้ ฝูงสัตว์ต่างๆล้วนจำศีล แต่บางฝูงก็ยังคงดำรงชีวิตต่อไปอย่างแร้นแค้น


      การล่าไม่ว่าจะทั้งมนุษย์หรือสัตว์ล้วนแต่ลำบาก หิมะที่ทับถม อาหารการกินที่หายากโดยเฉพาะเมื่อพายุหิมะมาเยือน


      “เอดา...เจ้าเกลียดหิมะรึเปล่า?...ข้าหมายถึง...หิมะจริงๆที่ร่วงหล่นจากผืนฟ้าและทับถมลงสู่ผืนดิน...หิมะในฤดูหนาวที่ยาวนาน” ร่างโปร่งถามสหายร่วมเดินทางขณะที่ขาหยุดยืนอยู่กับที่และดวงตาคู่สีฟ้าอ่อนจ้องมองละอองสีขาวอย่างไม่วางตา


      เอดา...สหายร่วมเดินทางปรายตามองคนถามอย่างสงสัยก่อนจะนิ่งไปและเอ่ยตอบออกมาในที่สุด “ข้ารักมัน..มันขาว...บางครั้ง...พอมองมันแล้วข้ากลับรู้สึกเหมือนมันปิดบังความจริงได้ไว้ได้เป็นอย่างดี...ว่าตอนนี้กำลังทรมานอยู่...” เสียงของเอดาชาดช่วงไปนิดก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อมา “ทรมาน...คนที่ต้องทนหนาว”


      นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของลาเวนเดียละสายตาจากหิมะขาวที่ค่อยๆทับถมหันมองสหายข้างตัว รอยยิ้มที่บอกอารมณ์ไม่ถูกปรากฏขึ้นจางๆ


      คำพูดของเอดาทำให้เขานึกถึงใครบางคน...บางตนที่จากเขาไปแสนไกล ความทรงจำแสนสำคัญเมื่อครั้งยังเด็ก


      ถุงมือหนังอย่างดีสีดำที่สวมอยู่ถูกถอดออก...ฝ่ามือขาวยื่นออกรอรับละอองหิมะเกล็ดแล้วเกล็ดเล่า “เมื่อก่อนสมัยข้ายังเด็ก...มีคนเคยถามคำถามนี้กับข้า และเขาคนนั้นบอกข้าว่า คำตอบจะบ่งบอกถึงบางอย่างในใจของคนถาม...และคำตอบของเจ้าก็บอกถึงความกลัวและความมรมานบางอย่างที่เจ้าฝังมันไว้ในใจ...ใช่มั้ยเอดา?”


******************


      เย็นวันหนึ่งที่ไม่ต่างอะไรกับทุกๆวันที่ผ่านมา ท่ามกลางเหล่าหนังสือมากมายเรียงรายอยู่บนโต๊ะ...เล่มแล้วเล่มเล่าที่ลาเวนในสมัยเด็กเปิดอ่าน กับสายตาที่อ่อนโยนที่เฝ้ามองเค้าอยู่ตลอดเวลา


      “หนาว...ข้าไม่ชอบเวลาที่หิมะตกทับถมกันหนักๆเลยทีมิส...มันหนาวจนมือไม้ข้าขยับไม่ได้เลย” ลาเวนเดียในสมัยเด็กเอ่ยปากบ่นอุบ สำหรับเขาแล้วหิมะก็เหมือนปิศาจร้ายที่เกาะกินจนร่างเล็กๆขยับไปไหนและทำอะไรไม่ได้


      เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆจากอีกฝากของโต๊ะ ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะลุกขั้นไปหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาที่ถูกขวานไว้มาห่มให้เจ้าของเสียงบ่นแล้วกลับไปนั่งยังที่ของเขา...ดวงตาสีนิลมองเด็กน้อยลาเวนด้วยความอ่อนโยนเสมอ “นายท่านตัวน้อยของข้า...ท่านคงไม่ชอบหิมะสินะ”


      ลาเวนกระชับเสื้อคลุมให้แนบตัวยิ่งขึ้นก่อนจะเอยตอบด้วยเสียงที่ไม่พอใจนิดๆแบบเด็กๆ “ก็ไม่ชอบน่ะสิ ทั้งเย็น ทั้งหนาว...แถมหิมะตกทับหนาขนาดนี้จะไปไหนก็ไม่ได้...จะล่าสัตว์ก็ไม่ได้ อาหารการกินก็หายาก...ไม่จริงรึไงน่ะ”


      ทีมิสเมื่อได้ฟังคำตอบของเลาเวนน้อยแล้วก็อดขำขึ้นมาไม่ได้ “นายท่านตัวน้อยของข้า...ถึงแม้ฤดูหนาวจะโหดร้านเพียงไหน...แต่เมื่อหิมะละลายฤดูใบไม้ผลิก็จะมาถึง และเมื่อนั้นหิมะที่ทับถมอย่างยาวนานก็จะกลายเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตต่อไป”


      คำพูดของชายหนุ่มอาจจะฟังแล้วดูยากไปหน่อยสำหรับเด็กตัวเล็กๆ...แต่ไม่ใช่กับลาเวน เขาเข้าใจดีว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร...ดวงตาสีฟ้าอ่อนจ้องประสานกับคนตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรและปล่อยให้คนตรงหน้าพูดต่อ


      “หิมะก็เหมือนกับคนนั่นล่ะ...หิมะที่ร่วงหล่นจากฟ้าและค่อยๆทับถมจนหนา...ก็เหมือนกับมนุษย์ที่เกิดมาและเติบโตขึ้น...และเมื่อหิมะละลายกลายเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต...ก็เหมือนกับคนที่ทำอะไรสักอย่างทิ้งเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลังต่อๆไป”


      มือที่อ่อนโยนเอื้อมออกลูบเส้นผมสีดำขลับเบาๆ “ข้าอยากให้ท่านเป็นดั่งหิมะ...อยากให้ท่านก้าวเดินไปในทางที่ท่านเลือกและทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวท่าน...ไม่ใช่ในฐานะสโนว์...ไม่ใช่ในฐานะคนของสตารค์...แต่ในฐานะของ...ลาเวนเดีย...เด็กน้อยที่ดื้อเงียบที่อยู่ตรงหน้าข้า”


      คิ้วบางขมวดแน่เมื่อได้ยินคำว่าดื้อเงียบจากอีกฝ่าย “มีแต่เจ้าเท่านั้นล่ะที่มองว่าข้าเป็นแบบนั้นน่ะ!

      เสียงโวยวายเล็กๆที่บ่งบอกถึงวันเวลาที่เงียบสงบยังคงดำเนินต่อไปในฤดูหนาวที่ยาวไกล


****************


      ละอองหิมะเกล็ดแล้วเกล็ดเล่าร่วงหล่นปกคลุมฝ่ามือที่รองรับอย่างเบาบาง...ดวงตาสีอ่อนคู่เดิมจ้องมองละอองหิมะบนมือนั่นด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความแน่วแน่


      “เอดา...ข้าน่ะอยากมีชีวิตที่ยืนยาวนะ...เพราะตัวข้ายังมีอะไรที่อยากทำอีกหลายอย่าง...อยากเป็นกำลังให้กับใครสักคน อยากทำอะไรสักอย่างที่จะเป็นประโยชน์กับผู้คน...และยังอยากออกเดินทางไปตามที่ต่างๆที่ไม่มีใครรู้จัก อยากท่องโลกกว้าง...แต่กระทั่งเบื้องหลังของกำแพงนั่นข้าก็อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง...และข้าจะทำมันทุกอย่างให้ได้”


      เสียงของลาเวนเงียบไปนิดก่อนจะหันไปถามเพื่อนร่วมเดินทางด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนเด็ก “ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าข้าน่ะโลภมากเกินไปรึเปล่า...แต่ข้าก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบนั้นไปแล้ว...แล้วเจ้าล่ะเอา?...อนาคตที่ยาวไกล...หากวันหนึ่งชีวิตเจ้าต้องดับสิ้นลง...ก่อนจะถึงเวลานั้น เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการหรือยากทำหรือไม่...?"


      ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง...ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของผู้ที่ถูกถาม...ละอองหิมะที่ร่วงหล่นเกล็ดแล้วเกล็ดเล่า เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งมีเสียงของคำตอบที่บางเบาออกมาจากปากของเอดา “ตัวข้าไม่มีสิ่งใดที่ต้องการอีกแล้ว...นอกเสียจาก...การได้ใช้ชีวิตนี้ต่อไป”


      ลาเวนฟังคำตอบที่แผ่วเบาของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ปะปนไปด้วยความเป็นห่วง “ไปกันเถอะเอดา...ปลายทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีอะไรบางอย่าง...บางอย่าง...ที่จะช่วยเติมช่องโหว่ในใจเจ้าก็เป็นได้”


      กล่าวจบชายหนุ่มก็สวมถุงมือหนังสีดำกลับก่อนบางมือลงบนบ่าสหายร่วมเดินทางแล้วดันเขาให้ออกเดิน

******************************
 
//ปาดวูบ....อย่าเอาอะไรกับสิ่งที่เขียนตอนตีสอง....ร้องไห้
 
ณ ตอนนี้ขอแค่มีส่งก็พอ//โดนต่อย

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 4,821 ตัว
รวมทั้งหมด 4821/7 = 688.71
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 689

#1 By EGoT on 2014-02-20 23:35