...[MCA] Shé Yuèliàng...

posted on 19 Jan 2014 18:20 by kaze013
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
ส่งสมัครอาจารย์เกรด 5 ค่ะ เด็กติดพี่ 
 
รูปภาพ
 
 
 
((อาวุธที่พกติดตัวขอใช้รูปจริงค่ะ วาดไม่ไหวจริงๆOTL))
 
อินโทร 
 
ถ้าพี่เป็นดวงตะวันยามกลางวัน ผมจะดวงจันทรายามกลางคืน
 
ถ้าพี่เป็นแสงที่คอยน้ำทาง ผมจะเป็นเงามืดที่อยู่ภายใต้แสงนั่น
 
ถ้าพี่เป็นวิหคที่โผบินในฟ้ากว้าง ผมจะเป็นกิ่งไม้ให้พี่พักพิงยามเหนื่อล้า
 
ไม่ว่าพี่จะเป็นหรือทำในสิ่งไหน ผมจะอยู่คอยเป็นกำลังให้พี่เสมอ
 
 
.
.
.
.
.
 
 
          “นี่มันอะไรกัน!!!!” เสียงชายคนหนึ่งดังโวยขึ้นในห้องที่เงียบสนิท พร้อมกับกองเอกสารหนาเตอะที่ขณะนี้ถูกโยนทิ้งอย่างไม่พอใจ ทำเอาเอกสารเหล่านั้นปลิวว่อนกระจัดกระจายเป็นแผ่นๆไปทั่วห้อง

          ปึ้ง!!!

          เสียงตุบโต๊ะดังสนั่น ทำให้รู้ว่าอารมณ์ของคนๆนี้อยู่ในภาวะที่โกรธจัด เสียงที่เกรี้ยวกราดเสียงเดิมดังลั่นออกมาอีกครั้ง“พวกตาแก่นั่นคิดจะทำอะไรกันแน่!”

          เสียงถอนหายใจยาวผิดกับอารมณ์ที่โกรธจัดของชายคนแรกเอ่ยขึ้น “พี่ครับ...เอาความโกรธมาลงกับแผ่นกรดาษมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก”  คนพูดกล่าวขณะเดินเก็บเอกสารที่ผู้เป็นพี่ชายทำกระจายทั่วห้องทีล่ะใบ “โวยวายไปก็เท่านั้นล่ะครับ ตราบใดที่อำนาจยังไม่อยู่ในมือเรา...พวกเราก็ทำได้แค่เป็นหุ่นเชิดให้พวกตาแก่นั่นชักใยเท่านั้นล่ะ”

          ดวงตาสีเขียวสองคู่มองประสานกันอย่างเข้าใจ สายตาของผู้เป็นพี่ชายแสดงถึงความปวดร้าวขมขื่น ความเศร้าและความไม่พอใจมากมายที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

ส่วนดวงตาอีกคู่ของผู้เป็นน้องชายนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น...ความโกรธที่ถูกเก็บกดเอาไว้รอวันที่จะระเบิดออกมา แต่เพราะเค้ารู้สถานะของตัวเองดีว่า...วันเวลาของเขายังไม่มาถึง

          “เยว่เหลียน...พี่ขอโทษ...สักวันพี่จะพานายกลับมาให้ได้ให้” หยดน้ำใสไหลอาบข้างแก้มผู้เป็นพี่ชายอย่างเงียบๆ พร้อมคำสัญญาที่หนักแน่นที่มีให้กับน้องชาย

          นิ้วมือเรียวของผู้เป็นน้องค่อยๆยกขึ้นช่วยปาดน้ำตาของพี่ชายอย่างช้าๆและอ่อนโยน “ไท่หยาง...พี่อย่างร้องสิครับ...แบบนี้ไม่สมเป็นพี่เท่าไหร่เลย” เยว่เหลียนเงียบไปนิดก่อนจะพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับพี่...ถ้าเจอเด็กที่คิดว่าเค้าจะเป็นกำลังให้เราได้ ผมจะพาพวกเค้ากลับมา...ผมจะสอนทุกอย่างที่ผมมีเพื่อวันหนึงเราจะได้ใช้ประโยชน์จากเด็กเหล่านั้นได้...ผมจะไม่ยอมให้พวกตาแก่นั้นชนะเด็ดขาด...เชื่อผมนะครับ...พี่” เสียงอ่อนของเยว่เหลียนพยายามเอ่ยถ้อยคำปลอบพี่ชาย เค้ารู้ดีว่าคนตรงหน้ารู้สึกยังไง เพราะเค้าเองก็มีความคิดที่เหมือนกันอยู่

          เฉอ ไท่หยาง และ เยว่เหลียน สองพี่น้องที่เหลือกันอยู่เพียงสองคน ทั้งคู่ควรได้ขึ้นเป็นผู้นำแก๊งมาเฟียต่อจากพ่อของตน แต่เพราะพ่อของทั้งคู่จากไปเร็วเกิน อำนาจในการควบคุมทั้งหมดจึงตกไปอยู่กับญาติคนอื่น และเมื่อเวลาผ่านไปพวกเค้าก็เป็นได้เพียงหุ่นเชิดที่ได้แต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น

          แต่...ทั้งสองคิดอยู่เสมอว่าหุ่นเชิดสักวันจะกลับกลายเป็นอสรพิษร้ายที่แว้งกัดและเข้ามาทวงบัลลังค์ของตนเองคืนมาให้ได้ พวกเค้ากำลังอดทนและค่อยๆเดินหมากไปทีล่ะก้าวอย่างระวัง แต่ด้วยความที่ไร้อำนาจเด็ดขาด...จึงถูกขัดขวางอยู่เสมอ

          ครั้งนี้ก็เช่นกัน...เมื่อประมาณ 3 ชั่วโมงก่อน

          “มีธุระกับผมรึครับ” เยว่เหลียนก้าวผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าสู่ห้องๆหนึ่ง เบื้องหน้ามีเก้าอี้ไม้แกะสลักที่ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อแสดงถึงตำแหน่งและอำนาจของบุคคลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น...เก้าอี้ไม้ที่ประดับด้วยพญาอสรพิษ ผู้นำของแก๊งอสรพิษ แก๊งมาเฟียที่อาจไม่ใช่แก๊งใหญ่ แต่ก็มีอำนาจมากพอที่จะเข้าไปแทรกซึมทำธุรกิจเถื่อนในตลาดมืดได้

          ชายสูงอายุที่นั่งอยู่ตรงหน้าโยนเอกสารกองหนึ่งให้แทนคำตอบ เยว่เหลียนรับเอกสารมาแล้วเปิดอ่านทีล่ะหน้าอย่างระวัง อ่านทุกตัวอักษรและทุกข้อความ...

          หางคิ้วบางกระตุกเล้กน้อยอย่างไม่พอใจ แต่เจ้าตัวยังคงเก็บกดอารมณ์นั้นไว้ “จะให้ผมไปเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนสอนมาเฟียสินะครับ?”

          ชายคนเดิมพยักหน้าเงียบแต่ยังคงไม่ตอบคำถามใดๆ

          มุมปากบางยิ้มกระตุกอย่างหัวเสีย “คิดจะกำจัดผมสินะ” ดวงตาสีมรกตคมภายใต้กรอบแว่นสีเงินหรี่ลงอย่างไม่พอใจ “ถ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดผมได้ล่ะก็...ผมจะยอมเล่นตามเกมส์พวกคุณดูสักตาก็ได้”

          แต่กระนั้นก็ยังไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากอีกฝ่าย

          หลังจากเงียบอยู่นาน เยว่เหลียนรู้ดีว่าต่อให้ถามอะไรไปอีกฝ่ายก็คงไม่ปริปากพูดอะไรออกมา จึงตัดสินใจหยิบกองเอกสารเดินลิ่วออกจากห้อง...แต่ก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลง เสียงของชายชราก็ดังขึ้น

          “อย่าคิดจะลองดี...ชั้นจับตาดูพวกแกอยู่...จงจำคำนี้เอาไว้”

            ดวงตาสีมรกตคู่เดิมหันกลับมายิ้มจนดวงตาปิด แต่ถึงกระนั้นบรรยากาศรอบก็ไม่ได้บ่งบอกเลยว่าใบหน้าคมนั้นกำลังยิ้มให้อีกฝ่าย “ผมจะจำเอาไว้...ท่านอา...”

          สามวันต่อมา

          “พี่...ผมไปก่อนนะครับ...ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่...แต่ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันแค่ไหน ผมก็จะเป็นกำลังพี่เสมอ” เยว่เหลียนกล่าวลาพี่ชายก่อนจะออกเดินทางไปยังสถานที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

          “เยว่เหลียน...พี่สัญญา ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน...พี่จะต้องพานายกลับมาและทำให้พวกตาแก่นั่นคุกเข่าต่อหน้าพวกเราให้ได้” ถ้อยคำของไท่หยางเต็มไปด้วยความหนักแน่นและแฝงไปด้วยความแค้น

          ดวงตาสีเขียวส่องประกายอ่อน รอยย้อมบางผุดขึ้นที่ริมฝีปากของผู้ที่กำลังจะจากไป “ผมจะรอนะครับ...พี่ชาย...รอวันที่พวกเราจะได้ในสิ่งที่ควรเป็นของเรากลับคืนมา

********************************************

 ชื่อ เฉอ เยว่เหลียน (Shé Yuèliàng/蛇月亮)

 อายุ 27

 วันเกิด (ดด/วว) :: 13/10

 กรุ๊ปเลือด :: O

 น้ำหนัก / ส่วนสูง :: 69//178

 สัญชาติ :: จีน

 อาวุธที่ถนัด :: ปืนพกขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบา อาวุธขว้างประเภทมีดขว้างและมีดสั้น

 นิสัย:: มองภายนอกแล้วเหมือนจะยิ้มอยู่ตลอดเวลา เป็นมิตรกับคนที่ดีด้วย แต่กับศัตรูจะมีท่าทีที่เฉยชาเล็กน้อย เป็นพวกกักเก็บอารมณ์เก่ง ไม่ค่อยแสดงออกอารมณ์ด้านลบหรือด้านที่อ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆ ใส่ใจเฉพาะในสิ่งที่ควรใส่ใจ หากเป็นเรื่องที่คิดว่าไม่จำเป็นจะเมินเฉยทันที จนบางครั้งถูกหาว่าเย็นชา คำพูดที่ใช้มักเป็นคำพูดสุภาพและให้เกียตริอีกฝ่ายเสมอ แต่ในคำพูดนั้นบางครั้งอาจมีอะไรแฝงอยู่

ประวัติ :: ลูกคนรองของอดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียในประเทศจีน มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อไท่หยาง สนิทกันมาก เนื่องจากต้องเสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่อายุ 10 ปี (ไท่หยาง 13 ปี) และด้วยความที่ยังเล็กทำให้อำนาจที่ควรได้ตกไปอยู่ในมือของญาติที่ใช้โอกาสเข้ามาชุบมือเปิบ และคอยชักใยทั้งสองให้เล่นตามบทที่ตัวเองต้องการ ทำให้สองพี่น้องมีความคิดที่จะชิงอำนาจคืนเสมอ แต่กลับถูกส่งมาเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนมาเฟียแทน โดยมีคนของอาจับตาดูอยู่ห่างๆ

 สิ่งที่ชอบ  :: พี่ชาย(?) กล้องยาสูบแบบโนราณและยาเส้นสำหรับสูบผ่านกล้อง อ่านหนังสือและค้นคว้าอาวุธ

สิง่ที่เกลียด :: อา(?) คนที่เหมือนตัวเอง คนที่เข้ามาก้าวก่ายอาณาเขตส่วยตัวโดยไม่จำเป็น

 จุดอ่อน :: ไม่ถนัดการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ใช้กำลังในการต่อสู้นานมากไม่ได้และเหนื่อยง่ายจึงแพ้การต่อสู้ที่กินเวลานาน

***************************************

ลองปาดมาส่งดู...

ยังไงก็ฝากลูกชายคนนี้ไว้ก่อนนะคะ ;v;

Comment

Comment:

Tweet