...[ETD]Episode1 : Get scheme doubt...

posted on 13 Jan 2014 00:07 by kaze013
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
ขอรวบส่งสองตัวเอนทรี่เดียวเลยนะคะ
 
เริ่มจาก
 
Kamala :: Weigand
 

          “สก็อตแลนด์งั้นเหรอ?” ดวงตาสีเขียวจับจ้องไปยังใบดาบตรงหน้า แสงสะท้อนสีเงินส่องประกายวาบจนแสบตา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไม่มีแววสะทกสะท้านต่อสิ่งใดทั้งนั้น...

          ดาบเล่มใหญ่ถูกห่ออย่างมิดชิดด้วยด้วยกล่องโลหะสีดำ คามาล่าพยายามหาทางนำดาบออกเดินทางโดยให้เป็นที่สะดุดตาคนน้อยที่สุด เพราะขากสายตาคนภายนอกที่ไม่รู้อะไรแล้ว พวกเข้าก็เป็นเพียงนักบวชธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น หาใช่นักบุญที่ต้องไปสู้รบตรบมือกับพวกปิศาจไม่

          การเดินทางในครั้งนี้เขาเลือกที่จะเดินทางออกไปเพียงลำพัง ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนจะเป็นมิตรของชายผู้นี้ แท้จริงแล้วมีสิ่งดำมืดบางอย่างซ่อนอยู่ และเค้าจะไม่เปิดเผยมันออกมาให้ใครเห็นเป็นอันขาด

          อดีตที่ยากจะลบเลือน บาดแผลในจิตใจที่บัดนี้ยังไม่อาจรักษาหาย

          หลังจากถึงสนามบิน คามาล่าเลือกที่จะเช่ารถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งจากที่เช่ารถแถวนั้นและตรงไปยังจุดหมายด้วยตัวคนเดียว งานครั้งนี้เค้าไปเพื่อสำรวจและค้นหาความผิดปกติอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น

          อากาศเย็นๆตามไหล่เขา สายลมอ่อนที่พัดผ่านร่างกายทำให้คามาล่ารู้สึกสดชื่นไม่ใช่น้อย...ทิวทัศน์ที่ไม่ได้เห็นมานาน แต่...ยิ่งเข้าลึกไปมากเท่าไหร่ อากาศกลับร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

          และภาพบางอย่างที่เค้าไม่คิดว่าจะได้เห็น...ในหุบเขาลึกที่ห่างไกลผู้คนแบบนี้

          “เป็นอย่างที่ท่านสังฆราชบอกจริงๆสินะ...ความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว"

          คามาล่ากล่าวกับตัวเองขณะที่สายตากำลังจ้องมองทะเลสาบ...ทะเลสาบที่กลายเป็นสีเลือด ควันที่ลอยขึ้นจนผิวหน้าของผืนน้ำทำให้รู้ว่าอุณหภูมิในทะเลสาบแห่งนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ

          และยังซากศพของพวกปิศาจที่เกลื่อนกลายกระจัดกระจายนั่นอีก...ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น...

          ชายหนุ่มตัดสินใจถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆเก็บไว้ ก่อนจะขับมอเตอร์ไซด์คันเดิมกลับเข้าเมือง

******************************************

Xcel :: Schütze

 

          ข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในสก็อตแลนด์ บึงที่กลายเป็นสีเลิอด อุณหภูมที่ทำให้น้ำกลายเป็นไอทั้งที่สก็อตแลนด์เป็นเขตพื้นที่อากาศหนาว และสุดท้าย...ซากศพของปิศาจที่กระจัดกระจายไร้ที่มา

          “หืม...นี่ผมต้องไปสำรวจพื้นที่รกร้างน่าสงสัยที่สก๊อตแลนด์งั้นเหรอครับ?” ดวงตาสีเขียวเข้มฉายแววสงสัย พลางมองผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่าตรงหน้า

          “ ไม่ใช่นายคนเดียว ที่ต้องไป พระสังฆราชออกคำสั่งให้ทุกคนออกไปสำรวจ...หรือถ้านายอยากจะทำมากกว่าสำรวจก็เชิญ” นักบุญเปโตรผู้เป็นหัวหน้าของเค้ากล่าว

          ดวงตาสีเขียวคู่เดิมฉายแววสนุกสนานขึ้นเล็กๆ “ทำตามใจได้สินะครับหัวหน้า”

          กล่าวจบเอ๊กซ์เซลก็คว้ากระเป๋าใส่ปืนที่มักถูกเตรียมพร้อมเอาไว้เสมอเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาไปไหนมาไหนแล้วตรงดิ่งออกจากห้องไป

          “ตาลุงนั่นป่านนี้คงรออยู่แล้วล่ะมั้ง” รอยยิ้มที่เหมือนเด็กผุดขึ้นที่มุมปากบางของชายหนุ่ม สำหรับเค้าแล้วการเดินทางเป็นอะไรที่เค้ารอคอยเสมอ โอยเฉพาะการได้เดินทางกับคนที่ตรงข้ามกับเค้าโดยสิ้นเชิง

          เพราะนั่นทำให้เคารู้สึกว่า ได้การแหย่คนที่ปกติชอบทำตัวนิ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อทดสอบความอดทนของคนๆนั้นช่าง...เป็นอะไรที่น่าสนุกเหลือเกิน...และแน่นอนว่าเป้าหมายที่ว่ายืนรอเค้าอยู่แล้วพร้อมกระเป๋าสัมภาระเล็กๆหนึ่งใบตรงประตูโบสถ์....มาร์ติน โฮป

          ระหว่างการเดินทาง เอ๊กซ์เซลพยายามให้คำพูดและการกระทำที่เรียกได้ว่า...แสองออกเกินหน้าเกินตาไปหน่อยคอยก่อกวนฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนจะได้ผลดีในระดับหนึ่งเสียด้วย

          “หึ...555+...นั่นมันอะไรกันนะลุง...แผนที่เขียนมืองั้นเหรอ?” เส้นผมสีทองสั่นไหวเล็กน้อยไปกับเสียงหัวเราะที่เรียกได้ว่าระเบิดลั่นออกมาจากชายหนุ่ม...ก็ใช่มั้ยล่ะ สมัยนี้แล้วใครเค้ายังใช้แผนที่วาดมืออยู่อีก

          “เรื่องของชั้น...ไปกันได้แล้ว” แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนคำพูดของคนอายุน้อยกว่าเท่าไหร่นัก...ทั้งสองเดินทางไปยังเป้าหมายที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วบนแผนที่ สถานที่ซึ่ง...เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นจนทำให้พวกเค้าต้องมา

          ความเงียบสงัดปกคลุมอยู่นานจนกระทั่ง “นายคิดว่าไง เอ๊กซเซล....” ชายผู้มีอายุมากกว่าถามด้วยน้ำเสียงที่รายเรียบจริงจัง...และเอ๊กซ์เซลก็รู้ดีว่าเวลานี้...หมดเวลาแล้วสำหรับการเล่นของเค้า

          ดวงตาสีเขียวเข้มฉายแววจริงจังย่างเห็นได้ชัด ท่าทีการแสดงออกเปลี่ยนไปราวกับคนล่ะคน...ปืนในกระเป๋าถูกนำออกมาประกอบเพื่อพร้อมใช้อยู่ตลอดเวลา...เพราะจากสถานการณ์รอบตัวตอนนี้เค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง

          “ลุงมาร์ติน...เก็บตัวอย่างน้ำกับซากศพนั่นกลับไปที่ศาสนจักรกันเถอะครับ...อาจจะมีประโยชน์อะไรบ้าง” กล่าวจบชายหนุ่มโยนโหลแก้วเล็กๆจำนวนหนึ่งให้อีกฝ่ายเพื่อนำไปเก็บตัวอย่าง

          เค้าคิดว่าสิ่งที่พวกเค้านำกลับไปจะมีประโยชน์อะไรบ้างไม่มากก็น้อย...ในใจของเอ๊กซ์เซลรู้สึกว่าอะไรบางอย่างได้คลืบตลานเข้ามาแล้วยังโลกแห่งนี้

**************************

ทันมั้ย!!! ส่งไปก่อนค่อยว่ากัน ;v;

Comment

Comment:

Tweet